วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560

วันอังคาร ที่ 17 เดือนตุลาคม พ.ศ.2560

วันนี้นักศึกษาทั้ง 2 เซคเรียนรวมกัน โดยให้นักศึกษาเซค1และเซค2 ที่ยังไม่ได้ออกมาพูดถึง " คุณครูในดวงใจ " ออกมาพูดจนหมดแล้ว จากนั้นก็เล่นเกมส์ฝึกทักษะก่อนเข้าเนื้อหาการเรียน โดยให้เอาคำตอบในความคิดเราห้ามตอบเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ

     เกมส์ไร่สตรอเบอรี่



คำถาม : ถ้าเราถึงไร่สตอเบอร์รี่แต่มีรั้วกั้นรอบไร่สตอเบอร์รี่มีลักษณะเป็นอย่างไร 
เฉลย : เมื่อมีคนอื่นเข้ามาเราจะใจแข็งแค่ไหนที่จะไม่นอกใจแฟน



คำถาม : รั้วของไร่สตอเบอร์รี่นั้นทำมาจากวัสดุอะไร 
เฉลย : ใจเราจะแข็งแค่ไหนเมื่อเทียบกับวัสดุนั้นที่ตอบ




คำถาม : หน้าตาของรั้วประมาณไหนประมาณไหน 
เฉลย : ยิ่งรั้วไร่สตอเบอร์รี่ทึบมากเท่าไหร่ ยิ่งปิดกั้นใจตัวเองได้มากเท่านั้น


คำถาม : รั้วไร่สตอเบอร์รี่สูงเท่าไหร่ 
เฉลย : ยิ่งรั้วไร่สตอเบอร์รี่สูงมากเท่าไหร่ โอกาสในการนอกใจจะมีน้อยลงเท่านั้น




คำถาม : พอข้ามรั้วมาแล้ว เห็นสตอเบอรรี่ล่อตาล่อใจ เลยตัดสินใจขอเด็ดชิม จะเด็ดกินสักกี่ลูก 
เฉลย : จำนวนสตอเบอร์รี่ที่ชิม คือ จำนวนกิ๊ก




คำถาม : ระหว่างที่กำลังกินสตอเบอร์รี่อยู่นั้น ได้ยินเสียงเจ้าของไร่ หน้าตาน่ากลัวพร้อมเสียงตะหวาด จะแก้ตัวกับเขาของไร่อย่างไร
เฉลย : จะแก้ตัวกับแฟนอย่างไร เมื่อโดนจับได้ว่าแอบมีกิ๊ก




คำถาม : เคลียกันจบ เจ้าของไร่สตอเบอร์รี่ไม่เอาความ เราก็เดินออกจากไร่สตอเบอร์รี่แห่งนั้นแล้วหันหลังกลับไปมอง นึกย้อนถึงตอนที่ทำเราจะรู้สึกอย่างไร
เฉลย : หลังจากนอกใจแล้วจะรู้สึกอย่างไร


ข้อคิดของเกมส์นี้คือ สตอเบอร์รี่เป็นสิ่งที่ยั่วยุ ล่อตาล่อใจเรา หรือในคำตอบเปรียบเทียบคำถามนี้ คือ กิ๊ก หรือ มือที่สาม


คุณธรรมจริยธรรม จรรยาบรรณของวิชาชีพครู
คุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ

1. ขยัน  ความตั้งใจเพียรพยายาม ทำหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ อดทน ความขยันต้องปฎิบัติควบคู่กับการใช้สติปัญญาแก้ปัญหาจนเกิดผลสำเร็จ
2. ประหยัด การรู้จักเก็บออมใช้ทรัพย์สิน สิ่งของแต่พอควร พอประมาณให้เกิดประโยชน์ คุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย
3. ซื่อสัตย์   ประพฤติตรงไม่เอนเอียง ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม มีความจริงใจ ปลอดจากความรู้สึกลำเอียง หรืออคติ
4. มีวินัย  การยึดมั่นในระเบียบแบบแผน ข้อบังคับ และข้อปฎิบัติ วึ่งมีทั้งวินัยในตนเองและวินัยต่อสังคม
5. สุภาพ  เรียบร้อย อ่อนโยน ละมุนละม่อม กิริยามารยาทที่ดีงาม มีสัมมาคารวะ ( ยิ้ม ไหว้ ทักทาย )
6. สะอาด  ปราศจากความมัวหมองทั้งกาย ใจ และสภาพแวดล้อม ความผ่องใสเป็นที่เจริญตา ทำให้เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็น
7. สามัคคี  ความพร้อมเพรียงกันความกลมเกลียวกัน ความปรองดองกัน ร่วมใจกันปฎิบัติงาน ไม่ทะเลาะวิวาท
8. มีน้ำใจ  ความจริงใจที่ไม่เห็นแก่เพียงตัวเอง หรือเรื่องของตัวเอง แต่เห็นอกเห็นใจคุณค่าในเพื่อนมนุษย์  มีความเอื้อเฟื้อเอื้ออาทร เกื้อกูลกันและกัน

จากนั้นก็ทบทวนฝึกบริหารสมอง 7 ท่า 

1. หู  จมูก
2. จมูก  หู
3. จีบ  แอล
4. โป้ง  ก้อย
5. ยิงปืน  ยอมแพ้
6. วนท้อง  เคาะหัว
7. ทุบ  ลูบ


ฝึกร้องเพลง
เพลงดวงอาทิตย์ เพลงดวงจันทร์ เพลงรำวงดอกมะลิ เพลงดอกกุหลาบ และเพลงดอกมะลิ



ฝึกไหวพริบโดยการเติมพยัญชนะในช่องว่างที่หายไป แล้วให้แต่ละคนตอบห้ามซ้ำกัน




ประเมินตนเอง : วันนี้มาเรียนสาย 5 นาที ไม่มีความตรงต่อเวลาควรปรับปรุงตัว

ประเมินเพื่อน : วันนี้เพื่อนทั้ง 2 ห้องมาเรียนรวมกันบรรยากาศคึกคักสนุกสนาน ทุกคนตั้งใจเรียนกันมาก และให้ความร่วมมือในการเล่นกิจกรรมกันอย่างมีความสุข หลายคน หลายความคิด หลายแง่คิด เวลาได้แลกเปลี่ยนความคิดกันย่อมเกิดความรู้ใหม่เสมอ




ประเมินอาจารย์ : วันนี้อาจารย์เตรียมพร้อมกับการสอนมาก อาจารย์หากิจกรรมมาฝึกทักษะทุกครั้งที่เข้ามาเรียน จำนวนนักศึกษาเยอะก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสอนเลย บรรยากาศในห้องเรียนยิ่งคึกคักกว่าที่เรียนแยกกัน


วันอังคาร ที่ 10 เดือนตุลาคม พ.ศ.2560

วันนี้อาจารย์ให้นักศึกษาแต่ละคนออกมาพูดเรื่อง "ครูในดวงใจ" แล้วให้เล่าความรู้สึกว่าครูท่านนี้เป็นครูในดวงใจเราอย่างไร โดยให้เลือกครูตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงปัจจุบันว่าเพราะอะไรถึงเลือกครูคนนี้ โดยแต่ละคนก็จะมีครูในดวงใจที่แตกต่างกันไป เช่น ครูท่านนั้นเป็นคนเก่ง ครูเป็นเหมือนคนในครอบครัว ครูเปรียบเสมือนที่พักพิง ครูเป็นคนที่เข้าใจและให้แง่คิดคำสอน เป็นต้น ซึ่งก็จะประทับใจในรูปแบบของตนเอง


"ครูในดวงใจ"

ส่วนตัวฉัน ครูในดวงใจก็จะแตกต่างจากเพื่อนคนอื่นๆ เพราะครูในดวงใจของฉันคือแม่ แม่ที่เป็นครูคนแรก เป็นครูคนเก่ง เป็นชาวนาคนหนึ่งที่สอนฉันให้รู้จักกับตัวหนังสือและสะกดคำได้โดยที่ไม่ได้เรียนที่โรงเรียนแต่เป็นการเรียนที่บ้าน เพราะเมื่อก่อนที่บ้านฐานะค่อนข้างยากจนเลยไม่มีโอกาสได้เรียนอนุบาลเหมือนเพื่อน แม่เลยเสียสละเวลามาสอนเอง แม่เลยเป็นทั้งแม่และครูในคนเดียวกัน ทั้งนี้จึงเป็นแรงบันดารใจที่ทำให้ฉันอยากจะเรียนครูปฐมวัยและอยากเป็นครูอนุบาลที่ดีของเด็กนักเรียน





สุดท้ายอาจารย์ก็ได้ให้ข้อคิดว่าที่ให้นักศึกษาแต่ละคนออกมาเล่าความรู้สึกเรื่องครูในดวงใจเพราะอยากรู้ว่าครูที่เป็นแรงบันดารใจของนักศึกษานั้นเป็นแบบไหน แล้วเมื่อนักศึกษาแต่ละคนเรียนจบไปแล้วก็อยากให้ทุกคนเป็นครูในแบบที่ตัวเองอยากเป็น ต้องเป็นครูที่รักลูกศิษย์ เป็นครูที่เป็นแบบอย่างหรือเป็นแม่พิมพ์ที่ดี แล้วก็จะไม่ดุและไม่ตีเด็กไม่ว่าเด็กจะดื้อหรือจะซนแค่ไหนก็ตาม แล้วนักศึกษาทุกคนก็ให้คำมั่นสัญญากับอาจารย์





ก่อนอาจารย์จะปล่อยใครที่ยังไม่ได้สอบร้องเพลงในสัปดาห์ก่อนก็ให้ออกมาร้องในวันนี้ ซึ่งฉันยังไม่ได้สอบร้องเพลงเลย วันนี้เลยออกมาเพลง"บ้านของฉัน" ให้เพื่อนๆฟัง




ประเมินตนเอง : วันนี้รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ออกมาเล่าถึงความรู้สึกครูในดวงใจในมุมมองของตนเอง ซึ่งสำหรับฉันอาจะแตกต่างจากเพื่อนคนอื่นๆ แต่ฉันก็รู้สึกประทับใจ เพราะนั่นคือที่มาของวันนี้ เป็นแรงบันดารใจสำคัญที่ทำให้ฉันอยากเรียนครูปฐมวัย

ประเมินเพื่อน : เพื่อนทุกคนได้ถ่ายทอดความรู้สึกของตนเองมีต่อครูในดวงใจ ซึ่งหลายคนก็มีครูเป็นแรงบันดารใจที่ทำให้อยากเรียนครู บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความประทับใจอันงดงามที่ลูกศิษย์และครูมีต่อกัน 

ประเมินอาจารย์ : วันนี้อาจารย์น่ารักมากเลยค่ะ ถึงติดธุระช่วงเช้าอาจารย์ก็ยังมาสอน นั่นเป็นเพราะอาจารย์ห่วงนักศึกษากลัวว่าจะเรียนไม่ทันเพราะเนื้อหาในรายวิชานี้ค่อนข้างเยอะ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณอาจารย์มากเลยค่ะที่ตั้งใจมาสอนพวกเรามากและไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยสักครั้งเลย วันนั้นเลยเลื่อนเวลามาเรียน 09.00 น. จากเดิม 08.30 น. 

วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2560

"ครูในดวงใจ"

นางโสภา  บุญจำเนียร (คุณแม่)



"แม่" หรือครูคนแรกของทุกๆคน แต่แม่ของฉันท่านไม่ใช่เพียงแค่เป็นครูคนแรกธรรมดา เพราะท่านคือคนพิเศษมาก ท่านไม่ได้ทำอาชีพครู ไม่ได้รับราชการ เป็นแค่ชาวไร่ชาวนา แต่ชาวนาคนนี้แหละคือคนที่ทำให้ฉันรู้จักตัวเลข อักษรภาษาอังกฤษ สระ  และพยัญชนะ ซึ่งแม่จะเสียสละเวลาสอนให้ฉันคัดลายมือตั้งแต่อายุ 3 ขวบครึ่ง และจะทำแบบนี้พร้อมกับการระบายสีตัวการ์ตูนสลับกันในช่วงเช้าประจำ พอช่วงบ่ายก็ทำกิจกรรมนันทนาการทุกวัน ซึ่งฉันสามารถเขียนสะกดคำได้ตอนอายุ 4 ขวบ ซึ่งตอนนั้นฉันไม่ได้มีโอกาสเรียนโรงเรียนเตรียมอนุบาลเหมือนเด็กคนอื่นๆในวัยเดียวกันเพราะฐานะทางบ้านตอนนั้นค่อนข้างยากจน กว่าจะได้เรียนโรงเรียนอนุบาลดิฉันอายุก็จะเข้า 6 ขวบแล้ว ทั้งนี้เลยเป็นแรงบันดารใจที่ทำให้ฉันอยากเป็นครูปฐมวัย เพราะฉันอยากเป็นผู้ให้ ให้ในสิ่งที่เด็กคนหนึ่งควรจะได้รับเท่าเทียมกันโดยไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ ไม่ว่าจะฐานะรวยหรือจนเด็กทุกคนก็ควรจะได้รับการศึกษา ฉันเลยมีแม่เป็นครูในดวงใจ ฉันอยากเป็นคนดี เป็นคนที่เสียสละและเป็นคนเก่งเหมือนแม่

💖 "ยิ่งรู้  ยิ่งต้องทำ"  💖

วันอังคาร ที่3 เดือนตุลาคม พ.ศ.2560

เช้าวันใหม่ทักทายกันในชั้นเรียนหลังจากผ่านช่วงสอบมิดเทอมที่ผ่านมา ก่อนเข้าเนื้อหาก็ได้เล่นเกมส์ "รถไฟเหาะแห่งชีวิต" ที่บ่งบอกจิตใต้สำนึกของตัวบุคคล









ต่อด้วยการบริหารสมองตอนเช้า ฝึกไหวพริบ ความคล่องแคล่วว่องไว


1. หู  จมูก
2. จมูก  หู
3. จีบ  แอล
4. โป้ง  ก้อย
5. ยิงปืน  ยอมแพ้
6. วนท้อง  เคาะหัว
7. ทุบ  ลูบ





แนวคิด หลักการและทฤษฎี ที่เกี่ยวข้องกับบุคลิกภาพ







 Sigmund Freud




โครงสร้างของบุคลิกภาพ
  1. อิด (Id) จะเป็นต้นกำเนิดของบุคลิคภาพและเป็นส่วนที่ติดตัวมนุษยืมาตั้งแต่เกิด แรงขับทางสัญชาตญาณ(Instinct) = เจอครั้งแรก,สัญชาตญาณ
  2. อีโก้ (Ego) มีการใช้เหตุผล มีการใช้สติปัญญา และการรับรู้ที่เหมาะสม = อยากรู้จัก
  3. ซุปเปอร์อีโก้ (Superego)เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับศีลธรรม บรรทัดฐานทางสังคม ค่านิยม และขนบธรรเนียมประเพณีต่างๆ = มากกว่ารู้จัก,คุ้นเคย
พัฒนาบุคลิกภาพออกเป็น 5 ขั้นตอน ได้แก่
  1. ขั้นปาก(Oral Stage) เริ่มตั้งแต่แรกเกิดถึง 1 ขวบ = หาอะไรใส่ปาก พึงพอใจอยู่กับปาก
  2. ขั้นทวาร(Anal Stage) เด็กจะมีอายุตั้งแต่ 1-3 ขวบ = เริ่มสนใจเกี่ยวกับการขับถ่าย อยากเข้าห้องน้ำด้วยตัวเอง
  3. ขั้นอวัยวะเพศตอนต้น (Phallic Stage) เริ่มตั้งแต่ 3-5 ขวบ = เริ่มจับอวัยวะเพศของตัวเอง
  4. ขั้นแฝง (Latency Stage) เริ่มตั้งแต่ อายุ 6-11 ปี = เริ่มที่จะก้าวเข้าสู่อีกวัยหนึ่ง มีความคิดที่โตขึ้น
  5. ขั้นอวัยวะเพศตอนปลาย (Genital Stage) เริ่มจาก 12 ขวบเป็นต้นไป = เรื่มรู้จักอวัยวะเพศมากขึ้น 


Carl Gustav Jung












Albert Bandura
สังเกตการกระทำผู้อื่นแล้วเลียนแบบพฤติกรรมนั้น












Ivan Petrovich Pavlov 
ทฤษฏีการวางเงื่อนไขแบบดั้งเดิม












Skinner
ทฤษฏีการวางเงื่อนไข












John B.Watson
การวางเงื่อนไขพฤติกรรมของเด็ก เป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้และผู้ใหญ่สามารถที่จะวางเงื่อนไขให้เด็กเกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ได้ทุกพฤติกรรม








ประเมินตนเอง : มีความพร้อมและกระตือรือร้นที่จะเรียนมากขึ้น ปรับตัวในเกณฑ์ที่ดีขึ้น
ประเมินเพื่อน : เพื่อนมีความสุขในการเรียนและการทำกิจกรรมในชั้นเรียน
ประเมินอาจารย์ : อาจารย์น่ารักมีการเตรียมการเรียนและกิจกรรมในชั้นเรียนให้ตื่นเต้นอยู่เสมอ



          

วันอังคาร ที่19 เดือนกันยายน พ.ศ.2560

เริ่มต้นชั่วโมงทำกิจกรรมสร้างไหวพริบ โดยแต่ละคนห้ามซ้ำกัน
 - จังหวะในภาคอีสาน
 - จังหวะในภาคใต้


กิจกรรมตอบคำถามคำไวพจน์ โดยให้นักศึกษาบอกความหมายของคำว่าน้ำและพระอาทิตย์ (ห้ามซ้ำกัน) เช่น
                     น้ำ = คงคา ธารา นที ชลธาร ชลธี ชลาลัย ทึก ชโลทร เป็นต้น
                     พระอาทิตย์ = ทินกร ทิพากร ทิวากร ประภากร พรมัน ภาณุมาศ ภาสกร เป็นต้น



เนื้อหาวิชาที่เรียนในวันนี้...

การเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีสำหรับครูปฐมวัย

   ความหมายของบุคลิกภาพ
กระทรวงศึกษาธิการให้ความหมายของบุคลิกภาพไว้ว่าลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละคนที่ทำให้เรามีความแตกต่างจากคนอื่น บุคลิกภาพแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ด้วยกันคือ

1.บุลิกภาพภายนอก (รูปร่างหน้าตา,การแต่งกาย,กิริยาท่าทาง,การพูด)
2.บุคลิกภาพภายใน (ความเชื่อมั่นในตนเอง,ความรอบรู้,ความจริงใจ,ความรับผิดชอบ,อารมณ์ขัน,ความกระตือรือร้น,ความคิดริเริ่ม,ไหวพริบปฏิภาณ,ความจำ)

การจำแนกบุคลิกภาพ 4 แบบ (Harris 1973)
  • ฉัน OK เธอก็ OK  = มองโลกในแง่ดี
  • ฉัน OK แต่เธอไม่ OK = หลงตัวเอง
  • ฉันไม่ OK แต่เธอ OK = มีปมด้อย
  • ฉันไม่ OK เธอก้ไม่ OK = มองโลกในแง่ร้าย

หลักและวิธีการเสริมสร้างบุคลิกภาพ


การยืน เดิน นั่ง
     เป็นส่วนสำคัญที่บอกถึงบุคลิกภาพของแต่ละบุคคลอิริยาบถ คือ การเดิน ยืน นั่ง เปิด-ปิดประตู ขึ้นลงรถ อย่างถูกต้องสวยงาม
การรู้จักทำตัวเองให้เข้ากับบุคคล สถานที่ และเวลา
      ถือว่าเป็นผู้ที่มีมารยาททางสังคมที่ดี เช่น การรู้จักกราบไหว้ที่ถูกวิธี และถูกกาลเทศะ การรู้จักธรรมเนียมของชาวต่างชาติ เป็นต้น

แนวทางการพัฒนาบุคลิกภาพ
1.การรักษาสุขภาพอนามัย
2.การดูแลร่างกาย
3.การแต่งกกาย
4.อารมณ์
5.ความเชื่อมั่นในตนเอง

การปรับปรุงบุคลิกภาพภายใน
  • การยอมรับความจริงเกี่ยวกับตัวเอง
  • การปรับปรุงในส่วนที่จะปรับปรุงได้
  • การใช้สิ่งอื่นๆ เพื่อส่งเสริมบุคลิกภาพ
      การส่งเสริมบุคลิกภาพที่ดีควรส่งเสริมคุณภาพจิตสาธารณะ




      สิ่งที่ผู้ฟังจะให้ความสนใจ ประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ เนื้อหาของคำพูด 7%,น้ำเสียง38%,กิริยาท่าทาง(บุคลิกภาพ)55%
  1. การใช้สายตา การมอง การสายตาขณะพูด
  2. การแต่งกาย
  3. ภาษาพูด จังหวะการพูด ระดับเสียง
  4. การเดิน/การนั่ง
  5. การแสดงออกและท่าทาง การไหว้ การรับไหว้
  6. ความสะอาด
  7. สุขภาพต้องดี คนป่วยคงไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้

สุดท้ายก็ทบทวนเพลงพร้อมท่าประกอบที่เคยเรียนเมื่อครั้งก่อน



การประเมินตนเอง : วันนี้มาเรียนสาย ควรปรับปรุงตนเองในตรงต่อเวลา
การประเมินเพื่อน : เพื่อนน่ารักสดใส ยิ้มแย้มกันทุกคนเลย
ประเมินอาจารย์ : วันนี้อาจารย์น่ารักมากค่ะ ใจดีด้วย