วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

วันอังคาร ที่ 14 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2560

วันนี้อาจารย์ให้ทำกิจกรรม 2 กิจกรรมด้วยกันคือ

กิจกรรมที่ 1 วาดภาพมือตัวเอง 

ต้องวาดมือตัวเองให้เหมือนที่สุด ให้วาดลายมือตัวเองให้ชัดเจน โดยใช้มือข้างที่ถนัดวาดอีกหนึ่งข้างและห้ามแอบดูเด็ดขาด


จากนั้นอาจารย์ก็เก็บรวบรวมภาพวาดมือแล้วสลับกัน ซึ่งแต่ละคนก็จะได้ของเพื่อนในห้องแล้วให้ไปตามหาว่าลายมือนี้เป็นของใคร


แล้วก็ได้ลายมือนี้มา (ตอนท้ายเฉลยเป็นลายมือของ นางสาวณัฐชา พวงจันดา แต่แอบทายผิดคิดว่าเป็นของ นายอภิชัย กลมนิล) แต่ก่อนจะหาเจอเพื่อนทุกคนก็ไปสอบถามกันแต่ละคนในห้องว่าลายมือที่ตัวเองได้เป็นลายมือของใคร 


ส่วนนี่คือลายมือของฉัน นางสาวอัญชลี ปัญญา ได้ไป แล้วก็ทายถูกด้วย


ก่อนอื่นต้องรู้ว่าการที่เราทายเพื่อนผิด ก็เนื่องด้วยหลายสาเหตุ คือ 
  1. ขนาดมือ
  2. มือไม่ตรง
  3. ไม่ได้ไปขอเพื่อนดู
  4. วาดไม่เหมือน
แล้วทำไมเราถึงวาดลายมือตัวเองไม่ได้ ? เพราะมันใกล้ตัวเกินไปแต่เรากลับมองข้าม

ข้อคิดจากการทำกิจกรรมนี้ก็คือ คุณลักษณะครูปฐมวัยต้องรู้จักสังเกต เก็บรายละเอียดเด็กให้ได้ทุกคน แล้วก็อย่ามองข้ามสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว

กิจกรรมที่ 2 คัดประวัติส่วนตัว


กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะให้ฝึกเขียนตัวหนังสือหัวกลมตัวเหลี่ยมได้ คนที่เป็นครูอนุบาลควรจะเขียนได้และเป็นแบบอย่างตัวหนังสือที่ถูกต้องให้เด็กได้เห็นเพราะต้องใช้สอนเด็กในวันข้างหน้า 


สิ่งที่ฉันต้องปรับปรุงแก้ไขก็คือ เขียนหัวให้โตกว่านี้ 

ประเมินตนเอง : วันนี้ก็ภูมิใจที่วาดภาพมือแล้วเพื่อนจำได้ว่าเป็นของเรา และการคัดลายมือมีข้อผิดพลาดน้อยมากแค่หัวมันเล็กไปซึ่งประทับใจมากค่ะ

ประเมินเพื่อน : เพื่อนให้ความใส่ใจกับกิจกรรม ส่วนใหญ่กิจกรรมที่ 1ก็จะมีคนทายถูกเยอะ และกิจกรรมที่ 2 เพื่อนก็ตั้งใจคัดลายมือมากค่ะ

ประเมินอาจารย์ : อาจารย์จัดกิจกรรมได้เหมาะสมแล้วก็ให้ข้อคิดจากการทำกิจกรรมเพื่อที่จะให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เพื่อที่จะพัฒนาตนเองต่อไปค่ะ




วันอังคาร ที่ 7 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2560

เช้าเข้าห้องเรียนอาจารย์ก็ได้พูดคุยกับนักศึกษาในห้องเรียนก่อนเข้าเนื้อหาในชั้นเรียน



ปัญหาที่ครูปฐมวัยมักพบในโรงเรียนกับการให้คำแนะนำกับผู้ปกครอง


ภายในครอบครัวสังคมภายนอก

ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรม
เด็ก + สภาพแวดล้อม = พฤติกรรมที่แสดงออก (จะมีความสัมพันธ์กันระหว่างเด็ก บ้าน และโรงเรียน)


หลักสังเกตว่าพฤติกรรมใดเป็นปัญหา
  • อายุและเกณฑ์ปกติของพัฒนาการ
  • ชนิดของพฤติกรรม
  • ความบ่อยหรือความถี่ของพฤติกรรม
  • ความรุนแรงที่แสดงออก
  • ขีดความอดทนของ พ่อ แม่ ผู้ดูแลเด็ก


การร้องกลั้นหายใจ



  • พบมากในช่วง 1-2 ปี 
  • ระวังชักและหมดสติ
  • หลีกเลี่ยงเหตุกระตุ้นทำให้เด็กโกรธ แต่ไม่ใช่ตามใจ
  • ใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจ ระวังศีรษะเด็กฟาดพื้น






การร้องอาละวาด



  • เป็นพัฒนาการทางด้านอารมณ์ปกติ
  • หลีกเลี่ยงการยั่วให้โกรธ หรือขัดใจ
  • ให้รู้จักระบายความโกรธด้วยการพูด
  • ใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจในเด็กเล็ก
  • ในเด็กโตใช้วิธีอธิบายสั้นๆ
  • รอให้เด็กสงบก่อนค่อยสอน
  • ไม่ทำเป็นตัวอย่างเวลาโกรธ
  • ชื่นชมและสนใจเมื่อเด็กมีพฤติกรรมดี



การดูดนิ้ว



  • การช่วยเหลือ
      - ใช้การเบี่ยงเบนความสนใจ













เด็กขี้อาย


  1. ชักชวนเด็กให้เริ่มการให้หรือการเล่นกับเด็กที่เล็กกว่าหรือวัยเดียวกัน
    1. ส่งเสริมให้เด็กได้เล่นได้ออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างความฉับไว และมีความกระตือรือร้นในการกล้าแสดงออก
    2. ชมเชยส่วนดีของเด็ก ให้เด็กได้พัฒนาส่วนดีนั้นให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
    3. เปิดโอกาสให้ช่วยตนเอง เด็กจะพอใจและภูมิใจที่ตนเองทำได้ ซึงจะก่อให้เกิดความมั่นใจในตนเอง และกล้าแสดงออกมากขึ้น











    เด็กขี้อิจฉา


    พบบ่อยในช่วง 2-4 ปี การดูแลแก้ไขและป้องกัน เตรียมพี่ตั้งแต่แม่เริ่มตั้งครรภ์ให้เด็กมีส่วนรับรู้ว่าจะมีน้องใหม่


    • ผู้ใหญ่ไม่ควรล้อเล่นเด็กว่าตกอันดับหรืออื่นๆ เด็กจะยิ่งเป็นทุกข์และกังวลมากขึ้น ฝึกฝนให้ช่วยเหลือตัวเอง
    • ให้โอกาสเด็กได้อยู่กับแม่และน้อง
    • ไม่มีท่าทีลำเอียงกับลูกคนใด คนหนึ่ง ควรปฏิบัติต่อลูกเท่าเทียมกันเมื่อเกิดปัญหาไม่ควรดุว่าลงโทษ ควรพูดชี้แจง และให้เวลากับเด็กบ้าง



    เด็กพูดปด



    - เด็กอายุ 4 ปี ยังแยกแยะความจริงจากความคิดไม่ได้
    - เด็กอายุ 5 ปี เริ่มจะแยกแยะความจริง ความคิดฝัน นิทาน
    - เด็กอายุ 6 ปี เริ่มเข้าใจ แยกแยะความเป็นจริง และความเพ้อฝันได้ดี



    การแก้ไขและป้องกัน
    • พ่อแม่ควรทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี
    • ควรเข้าใจพัฒนาการตามวัย
    • ชี้แนะแก้ไขความเข้าใจผิด



    เด็กเล่นอวัยวะเพศ



          อธิบายให้พ่อแม่ให้เข้าใจไม่เป็นอันตรายและไม่ใช่ความผิดปกติทางเพศ ถ้าพบขณะที่เด็กกำลังเล่นอยู่ให้เบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ดุว่า ข่มขู่แก้ไขที่สาเหตุหลีกเลี่ยงส่งกระตุ้นต่างๆ ต้องถือว่าเด็กมีการกระทำนี้เป็นสัญญาณว่าเด็กต้องการการดูแลมากขึ้น
    การช่วยเหลือ


    • ไม่ควรดุด่าลงโทษ
    • เบี่ยงเบนความสนใจ
    • ในกรณีที่มีพฤติกรรมนั้นบ่อยมากอาจนึกถึงการถูกทารุณกรรมทางเพศ




    เด็กพูดหยาบคาย


          - เพิกเฉยเมื่อเด็กพูดหยาบและไม่แสดงกิริยาโต้ตอบ
          - ถ้าเด็กอารมณ์ดี ควรนั่งคุยกับเด็กอย่างจริงจัง










    เด็กดื้อ เด็กก้าวร้าว


    สาเหตุ
    • กฎระเบียบมากเกินไป ขาดการเอาใจใส่ดูแล ถูกตามใจมาก
    การดูแลแก้ไข
    • พูดกับเด็กชัดเจน เข้าใจง่าย 
    • พยายามสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก
    • ไม่ใช้อารมณ์เอาชนะ ใช้เทคนิคการจูงใจ
    • หลีกเลี่ยงการโต้เถียงและใช้กำลัง
    • ไม่เข้มงวดหรือปล่อยปะละเลยเกินไป
    • เมื่อเด็กว่าง่ายและเชื่อฟัง ควรกล่าวชมเชยและให้กำลังใจเด็ก
    • สังเกตและแก้ไขตั้งแต่เริ่มเป็น
    • หาทางออกให้เด็กเวลาโมโห เบี่ยงเบนไม่ให้ทำร้ายคน สัตย์ สิ่งของ 
    • ไม่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวให้เด็กเห็น
    • การแยกให้เด็กอยู่คนเดียวเวลาโมโห ไม่ลงโทษด้วยการตี
    • ระมัดระวังในการให้เด็กอ่าน หรือ ดูสื่อต่างๆ ให้เหมาะสมตามวัย




    เด็กเบื่ออาหาร


    การดูแลแก้ไข
    • เตรียมอาหารที่เด็กชอบ งดอาหารว่างระหว่างมื้อ
    • น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบจำกัดเวลาในการกิน
    • ไม่ดูโทรทัศน์ไปพร้อมกับการกินอาหาร
    • ชมเชยเมื่อเด็กทำได้ดี
    • บรรยากาศระหว่างกินอาหารควรเป็นสุข









    เด็กไม่ยอมนอน


    สาเหตุภายนอก 
       พ่อแม่ไม่จัดระเบียบการนอนให้เด็ก เสียงรบกวน ไฟสว่าง ผู้ใหญ่มาเล่นด้วย
    สาเหตุจากเด็กเอง
       กังวล กลัว ตื่นเต้น หลับมากในตอนกลางวัน อยากเล่นสนุกต่อ

    การแก้ไข
       สร้างสุขนิสัยการนอนที่ดีให้เด็กมีกิจกรรมที่เหมาะสมในตอนกลางวัน จัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับการนอน




    เด็กฝันร้ายและนอนละเมอ


    • ปลอบใจให้หายกลัว ให้ความมั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องจริง
    • อาการปลอบเบาๆหรือกอดเด็ก ไม่ต้องปลุกเด็ก









    จากนั้นก็เล่นกิจกรรมกระดานโต้คลื่นในจินตนาการของแต่ละคน ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นเกมส์ทายใจของเราที่มีต่อแฟน โดยอาจารย์จะตั้งคำถามว่า


    - กระดานโต้คลื่นของเราเป็นยังไง
    - ตอนที่เอาไปเล่นรู้สึกอย่างไร
    - ตอนที่โต้คลื่นเสร็จแล้วตัวเองจมลงน้ำจะรู้สึกอย่างไร
    - พอพ้นน้ำขึ้นมาเจอคน 1 คน ที่อยู่ชายฝั่ง เราจะนึกถึงใคร




    ก็ต่อด้วยกิจกรรมฝึกสมอง บริหารลิ้นด้วยการพูดประโยคยากๆให้รวดเร็วและให้ถูกต้อง





    ประเมินตนเอง : วันนี้ตั้งใจเรียนมาก พยายามจดจำรายละเอียดที่อาจารย์ได้ให้คำแนะนำและข้อคิดเพื่อที่จะให้เราเตรียมรับมือให้ได้กับทุกสถานการณ์เมื่อเราได้เป็นครูในภายภาคหน้าและได้ปฏิบัติจริง สุดท้ายก็ยังประทับใจในกิจกรรมที่อาจารย์พาเล่น เพราะได้ทั้งความรู้ ความสนุกสนาน และข้อคิดจากการทำกิจกรรม

    ประเมินเพื่อน : เพื่อนทุกคนตั้งใจเรียนมาก ไม่คุยกันเลย ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกันทุกคน 

    ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนเข้าใจง่าย ตอนที่สอนเนื้อหาก็ให้ข้อคิดการรับมือกับเด็กโดยให้นักศึกษาแต่ละคนแสดงความคิดเห็นว่าถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้เราจะมีวิธีรับมืออย่างไร พอเรียนเสร็จอาจารย์ก็ยังหากิจกรรมมาให้เล่นทำให้การเรียนดูไม่เคร่งเครียดและทำให้บรรยากาศในห้องเรียนน่าเรียนมากยิ่งขึ้น

    วันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

    วันอังคาร ที่ 31 เดือนตุลาคม พ.ศ.2560

    เช้าวันอังคารที่สดใสพอเข้าคลาสก็เริ่มเข้าเรียนสู่เนื้อหาเรื่อง จรรยาบรรณวิชาชีพครู



    จรรยาบรรณวิชาชีพครู (คุรุสภา)
    ความประพฤติหรือกิริยาอาการที่ผู้ประกอบวิชาชีพครูควรประพฤติปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความดีงามขึ้นแก่ตนเองและวิชาชีพครู มาตรฐานวิชาชีพครู

    ข้อที่ 1 ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ช่วงเหลือส่งเสริมให้กำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า
    ข้อที่ 2 ครูต้องอบรม สั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทักษะและนิสัยที่ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ
    ข้อที่ 3 ครูต้องประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ
    ข้อที่ 4 ครูต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์
    ข้อที่ 5 ครูต้องไม่แสวงหาผลประโยชน์ อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติและไม่ใช้ศิษย์กระทำการใดๆอันเป็นการหาผลประโยชน์ให้แก่ตนโดยมิชอบ
    ข้อที่ 6 กฎย่อมพัฒนาตนเองทั้งในด้านวิชาชีพ ด้านบุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ
    ข้อที่ 7 ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพครู และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรประชาชีพครู
    ข้อที่ 8 ครูพึงช่วยเหลือเกื้อกูลครู และชุมชนในทางสร้างสรรค์
    ข้อที่ 9 ครูพึงประสงค์ ปฏิบัติตน เป็นผู้นำในการอนุรักษ์ และพัฒนาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย


    เกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครู (คุรุสภา)

    มาตรฐานที่ 1 ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพครูอยู่เสมอ
    มาตรฐานที่ 2 ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่างๆโดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นกับผู้เรียน
    มาตรฐานที่ 3 มุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ
    มาตรฐานที่ 4 พัฒนาแผนการสอนให้สามารถปฏิบัติให้เกิดผลจริง
    มาตรฐานที่ 5 พัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ
    มาตรฐานที่ 6 จัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยเน้นผลถาวรที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน
    มาตรฐานที่ 7 รายงานผลพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนได้อย่างมีระบบ
    มาตรฐานที่ 8 ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน
    มาตรฐานที่ 9 ร่วมมือกับผู้อื่นในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์
    มาตรฐานที่ 10 ร่วมมือกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ในชุมชน
    มาตรฐานที่ 11 แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพํฒนา
    มาตรฐานที่ 12 สร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ได้ทุกสถานการณ์

    ยกตัวอย่างสิ่งที่ผู้เป็นครูควรจะทำคือ การชมเด็ก เช่น
    - เมื่อเด็กกินข้าวหมดจานก็ควรจะชมว่า"เก่งจังเลย"(แล้วก็บอกชื่อด้วย)
    - การตั้งคำถาม 5W1H โดยให้ยกตัวอย่างการ์ตูนเรื่อง "Cinderella"





    • Who ใคร
    • What อะไร
    • Where ที่ไหน
    • When เมื่อไหร่
    • Why ทำไม
    • How อย่างไร
    - ฝึกให้เด็กแต่งประโยคโดยให้ยึดความรู้ง่ายๆที่เด็กสามารถตอบได้
    - ฝึกสมองให้ตอบคำถามโดยให้เติมพยัญชนะที่หายไป ห้ามตอบซ้ำกัน







    จากนั้นอาจารย์ก็ให้เพลงมาฝึกร้องแล้วมาสอบร้องเพลงวันที่ 21 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2560




    ประเมินตนเอง : ได้ฝึกทักษะหลายอย่างทั้งการแสดงความคิดเห็นทำให้ตัวเองมีความกล้าแสดงออกมากยิ่งขึ้น
    ประเมินเพื่อน : เพื่อนน่ารักมากค่ะ มีความกระตือรือร้นกับกิจกรรมในคลาสมาก 
    ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนสนุกเนื้อหาเข้าใจง่าย  อาจารย์สอนแบบทั่วถึงนักศึกษาทุกๆคน