วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560

วันอังคาร ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2560

วันนี้เป็นวันปิดคลาสในรายวิชานี้ และมีการสอบร้องเพลงจากที่เคยได้เรียนมา โดยจับสลากเลขที่แล้วก็จับสลากสุ่มเพลง ถ้าจับได้เพลงไหนก็ร้องเพลงนั้น




แล้วเพลงที่ฉันได้คือ "เพลงตาดูหูฟัง"

 เรามีตาไว้ดู เราหูไว้ฟัง
คุณครูท่านสอนท่านสั่ง ต้องตั้งใจฟัง ต้องตั้งใจดู







แล้วทุกคนก็จับสลากร้องเพลงจนได้ครบทุกคน อาจมีบางคนที่ไม่ได้มาเข้าเรียนต้องไปตามสอบทีหลัง
บรรยากาศในห้องเรียนวันสดท้ายก็เต็มไปด้วยความอบอุ่นและมีแต่ความสุขและเสียงหัวเราะ อีกทั้งเป็นชั่วโมงเรียนที่ทุกคนกระตือรือร้นเตรียมตัวมาสอบร้องเพลงกันอย่างตื่นเต้น


และสุดท้ายในรายวิชานี้ อ.เบียร์ ก็ให้ความรู้และข้อคิดที่ได้จากรายวิชานี้นำไปพัฒนาวิชาชีพครูให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและเป็นแนวทางของการที่จะนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติในวิชาชีพอย่างถูกวิธีตามรูปแบบการสอน และมีทัศนวิสัยต่อเด็กที่ดี ให้นึกถึงครูคนที่เราประทับใจที่เคยได้นำมานำเสนอหน้าชั้นเรียนในครั้งก่อน เพื่อเป็นแบบอย่างเป็นแรงผลักดันและเป็นแรงบันดารใจให้เรามีความมุ่งมั่นที่อยากจะเป็นครูที่ดี และเป็นแม่พิมพ์ของชาติที่ดี


ประเมินตนเอง : วันนี้รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้มาสอบร้องเพลง และรู้สึกคิดถึง อ.เบียร์ ไม่อยากให้ปิดคลาสเลย อยากเรียนกับ อ.เบียร์ ทุกภาคเรียนเลย แต่ก็ขอขอบคุณอาจารย์มากเลยนะคะที่ให้แง่คิดทั้งด้านการเรียนและการใช้ชีวิตในรั้วมหาลัย ขอบคุณอาจารย์ที่คอยบอกสอนพวกเราและเตือนสติพวกเราอยู่เสมอ

ประเมินเพื่อน : วันนี้เพื่อนต่างก็ตื่นเต้นกับการสอบร้องเพลงและคิดถึง อ.เบียร์ บรรยากาศห้องเรียนวันนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่น เพื่อนๆมีความสุขกันถ้วนหน้า

ประเมินอาจารย์ : อาจารย์เป็นคนสอนสนุกและเข้าใจง่าย และมีการสอดแทรกแง่คิดให้กับทุกกิจกรรมที่เรียน และอาจารย์สอนแบบเปิดโอกาสให้นักศึกษาทุกคนได้แสดงความคิดเห็นทุกคน และอาจารย์เข้าหาลูกศิษย์อย่างทั่วถึง

วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

วันอังคาร ที่ 14 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2560

วันนี้อาจารย์ให้ทำกิจกรรม 2 กิจกรรมด้วยกันคือ

กิจกรรมที่ 1 วาดภาพมือตัวเอง 

ต้องวาดมือตัวเองให้เหมือนที่สุด ให้วาดลายมือตัวเองให้ชัดเจน โดยใช้มือข้างที่ถนัดวาดอีกหนึ่งข้างและห้ามแอบดูเด็ดขาด


จากนั้นอาจารย์ก็เก็บรวบรวมภาพวาดมือแล้วสลับกัน ซึ่งแต่ละคนก็จะได้ของเพื่อนในห้องแล้วให้ไปตามหาว่าลายมือนี้เป็นของใคร


แล้วก็ได้ลายมือนี้มา (ตอนท้ายเฉลยเป็นลายมือของ นางสาวณัฐชา พวงจันดา แต่แอบทายผิดคิดว่าเป็นของ นายอภิชัย กลมนิล) แต่ก่อนจะหาเจอเพื่อนทุกคนก็ไปสอบถามกันแต่ละคนในห้องว่าลายมือที่ตัวเองได้เป็นลายมือของใคร 


ส่วนนี่คือลายมือของฉัน นางสาวอัญชลี ปัญญา ได้ไป แล้วก็ทายถูกด้วย


ก่อนอื่นต้องรู้ว่าการที่เราทายเพื่อนผิด ก็เนื่องด้วยหลายสาเหตุ คือ 
  1. ขนาดมือ
  2. มือไม่ตรง
  3. ไม่ได้ไปขอเพื่อนดู
  4. วาดไม่เหมือน
แล้วทำไมเราถึงวาดลายมือตัวเองไม่ได้ ? เพราะมันใกล้ตัวเกินไปแต่เรากลับมองข้าม

ข้อคิดจากการทำกิจกรรมนี้ก็คือ คุณลักษณะครูปฐมวัยต้องรู้จักสังเกต เก็บรายละเอียดเด็กให้ได้ทุกคน แล้วก็อย่ามองข้ามสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว

กิจกรรมที่ 2 คัดประวัติส่วนตัว


กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะให้ฝึกเขียนตัวหนังสือหัวกลมตัวเหลี่ยมได้ คนที่เป็นครูอนุบาลควรจะเขียนได้และเป็นแบบอย่างตัวหนังสือที่ถูกต้องให้เด็กได้เห็นเพราะต้องใช้สอนเด็กในวันข้างหน้า 


สิ่งที่ฉันต้องปรับปรุงแก้ไขก็คือ เขียนหัวให้โตกว่านี้ 

ประเมินตนเอง : วันนี้ก็ภูมิใจที่วาดภาพมือแล้วเพื่อนจำได้ว่าเป็นของเรา และการคัดลายมือมีข้อผิดพลาดน้อยมากแค่หัวมันเล็กไปซึ่งประทับใจมากค่ะ

ประเมินเพื่อน : เพื่อนให้ความใส่ใจกับกิจกรรม ส่วนใหญ่กิจกรรมที่ 1ก็จะมีคนทายถูกเยอะ และกิจกรรมที่ 2 เพื่อนก็ตั้งใจคัดลายมือมากค่ะ

ประเมินอาจารย์ : อาจารย์จัดกิจกรรมได้เหมาะสมแล้วก็ให้ข้อคิดจากการทำกิจกรรมเพื่อที่จะให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เพื่อที่จะพัฒนาตนเองต่อไปค่ะ




วันอังคาร ที่ 7 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2560

เช้าเข้าห้องเรียนอาจารย์ก็ได้พูดคุยกับนักศึกษาในห้องเรียนก่อนเข้าเนื้อหาในชั้นเรียน



ปัญหาที่ครูปฐมวัยมักพบในโรงเรียนกับการให้คำแนะนำกับผู้ปกครอง


ภายในครอบครัวสังคมภายนอก

ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรม
เด็ก + สภาพแวดล้อม = พฤติกรรมที่แสดงออก (จะมีความสัมพันธ์กันระหว่างเด็ก บ้าน และโรงเรียน)


หลักสังเกตว่าพฤติกรรมใดเป็นปัญหา
  • อายุและเกณฑ์ปกติของพัฒนาการ
  • ชนิดของพฤติกรรม
  • ความบ่อยหรือความถี่ของพฤติกรรม
  • ความรุนแรงที่แสดงออก
  • ขีดความอดทนของ พ่อ แม่ ผู้ดูแลเด็ก


การร้องกลั้นหายใจ



  • พบมากในช่วง 1-2 ปี 
  • ระวังชักและหมดสติ
  • หลีกเลี่ยงเหตุกระตุ้นทำให้เด็กโกรธ แต่ไม่ใช่ตามใจ
  • ใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจ ระวังศีรษะเด็กฟาดพื้น






การร้องอาละวาด



  • เป็นพัฒนาการทางด้านอารมณ์ปกติ
  • หลีกเลี่ยงการยั่วให้โกรธ หรือขัดใจ
  • ให้รู้จักระบายความโกรธด้วยการพูด
  • ใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจในเด็กเล็ก
  • ในเด็กโตใช้วิธีอธิบายสั้นๆ
  • รอให้เด็กสงบก่อนค่อยสอน
  • ไม่ทำเป็นตัวอย่างเวลาโกรธ
  • ชื่นชมและสนใจเมื่อเด็กมีพฤติกรรมดี



การดูดนิ้ว



  • การช่วยเหลือ
      - ใช้การเบี่ยงเบนความสนใจ













เด็กขี้อาย


  1. ชักชวนเด็กให้เริ่มการให้หรือการเล่นกับเด็กที่เล็กกว่าหรือวัยเดียวกัน
    1. ส่งเสริมให้เด็กได้เล่นได้ออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างความฉับไว และมีความกระตือรือร้นในการกล้าแสดงออก
    2. ชมเชยส่วนดีของเด็ก ให้เด็กได้พัฒนาส่วนดีนั้นให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
    3. เปิดโอกาสให้ช่วยตนเอง เด็กจะพอใจและภูมิใจที่ตนเองทำได้ ซึงจะก่อให้เกิดความมั่นใจในตนเอง และกล้าแสดงออกมากขึ้น











    เด็กขี้อิจฉา


    พบบ่อยในช่วง 2-4 ปี การดูแลแก้ไขและป้องกัน เตรียมพี่ตั้งแต่แม่เริ่มตั้งครรภ์ให้เด็กมีส่วนรับรู้ว่าจะมีน้องใหม่


    • ผู้ใหญ่ไม่ควรล้อเล่นเด็กว่าตกอันดับหรืออื่นๆ เด็กจะยิ่งเป็นทุกข์และกังวลมากขึ้น ฝึกฝนให้ช่วยเหลือตัวเอง
    • ให้โอกาสเด็กได้อยู่กับแม่และน้อง
    • ไม่มีท่าทีลำเอียงกับลูกคนใด คนหนึ่ง ควรปฏิบัติต่อลูกเท่าเทียมกันเมื่อเกิดปัญหาไม่ควรดุว่าลงโทษ ควรพูดชี้แจง และให้เวลากับเด็กบ้าง



    เด็กพูดปด



    - เด็กอายุ 4 ปี ยังแยกแยะความจริงจากความคิดไม่ได้
    - เด็กอายุ 5 ปี เริ่มจะแยกแยะความจริง ความคิดฝัน นิทาน
    - เด็กอายุ 6 ปี เริ่มเข้าใจ แยกแยะความเป็นจริง และความเพ้อฝันได้ดี



    การแก้ไขและป้องกัน
    • พ่อแม่ควรทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี
    • ควรเข้าใจพัฒนาการตามวัย
    • ชี้แนะแก้ไขความเข้าใจผิด



    เด็กเล่นอวัยวะเพศ



          อธิบายให้พ่อแม่ให้เข้าใจไม่เป็นอันตรายและไม่ใช่ความผิดปกติทางเพศ ถ้าพบขณะที่เด็กกำลังเล่นอยู่ให้เบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ดุว่า ข่มขู่แก้ไขที่สาเหตุหลีกเลี่ยงส่งกระตุ้นต่างๆ ต้องถือว่าเด็กมีการกระทำนี้เป็นสัญญาณว่าเด็กต้องการการดูแลมากขึ้น
    การช่วยเหลือ


    • ไม่ควรดุด่าลงโทษ
    • เบี่ยงเบนความสนใจ
    • ในกรณีที่มีพฤติกรรมนั้นบ่อยมากอาจนึกถึงการถูกทารุณกรรมทางเพศ




    เด็กพูดหยาบคาย


          - เพิกเฉยเมื่อเด็กพูดหยาบและไม่แสดงกิริยาโต้ตอบ
          - ถ้าเด็กอารมณ์ดี ควรนั่งคุยกับเด็กอย่างจริงจัง










    เด็กดื้อ เด็กก้าวร้าว


    สาเหตุ
    • กฎระเบียบมากเกินไป ขาดการเอาใจใส่ดูแล ถูกตามใจมาก
    การดูแลแก้ไข
    • พูดกับเด็กชัดเจน เข้าใจง่าย 
    • พยายามสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก
    • ไม่ใช้อารมณ์เอาชนะ ใช้เทคนิคการจูงใจ
    • หลีกเลี่ยงการโต้เถียงและใช้กำลัง
    • ไม่เข้มงวดหรือปล่อยปะละเลยเกินไป
    • เมื่อเด็กว่าง่ายและเชื่อฟัง ควรกล่าวชมเชยและให้กำลังใจเด็ก
    • สังเกตและแก้ไขตั้งแต่เริ่มเป็น
    • หาทางออกให้เด็กเวลาโมโห เบี่ยงเบนไม่ให้ทำร้ายคน สัตย์ สิ่งของ 
    • ไม่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวให้เด็กเห็น
    • การแยกให้เด็กอยู่คนเดียวเวลาโมโห ไม่ลงโทษด้วยการตี
    • ระมัดระวังในการให้เด็กอ่าน หรือ ดูสื่อต่างๆ ให้เหมาะสมตามวัย




    เด็กเบื่ออาหาร


    การดูแลแก้ไข
    • เตรียมอาหารที่เด็กชอบ งดอาหารว่างระหว่างมื้อ
    • น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบจำกัดเวลาในการกิน
    • ไม่ดูโทรทัศน์ไปพร้อมกับการกินอาหาร
    • ชมเชยเมื่อเด็กทำได้ดี
    • บรรยากาศระหว่างกินอาหารควรเป็นสุข









    เด็กไม่ยอมนอน


    สาเหตุภายนอก 
       พ่อแม่ไม่จัดระเบียบการนอนให้เด็ก เสียงรบกวน ไฟสว่าง ผู้ใหญ่มาเล่นด้วย
    สาเหตุจากเด็กเอง
       กังวล กลัว ตื่นเต้น หลับมากในตอนกลางวัน อยากเล่นสนุกต่อ

    การแก้ไข
       สร้างสุขนิสัยการนอนที่ดีให้เด็กมีกิจกรรมที่เหมาะสมในตอนกลางวัน จัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับการนอน




    เด็กฝันร้ายและนอนละเมอ


    • ปลอบใจให้หายกลัว ให้ความมั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องจริง
    • อาการปลอบเบาๆหรือกอดเด็ก ไม่ต้องปลุกเด็ก









    จากนั้นก็เล่นกิจกรรมกระดานโต้คลื่นในจินตนาการของแต่ละคน ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นเกมส์ทายใจของเราที่มีต่อแฟน โดยอาจารย์จะตั้งคำถามว่า


    - กระดานโต้คลื่นของเราเป็นยังไง
    - ตอนที่เอาไปเล่นรู้สึกอย่างไร
    - ตอนที่โต้คลื่นเสร็จแล้วตัวเองจมลงน้ำจะรู้สึกอย่างไร
    - พอพ้นน้ำขึ้นมาเจอคน 1 คน ที่อยู่ชายฝั่ง เราจะนึกถึงใคร




    ก็ต่อด้วยกิจกรรมฝึกสมอง บริหารลิ้นด้วยการพูดประโยคยากๆให้รวดเร็วและให้ถูกต้อง





    ประเมินตนเอง : วันนี้ตั้งใจเรียนมาก พยายามจดจำรายละเอียดที่อาจารย์ได้ให้คำแนะนำและข้อคิดเพื่อที่จะให้เราเตรียมรับมือให้ได้กับทุกสถานการณ์เมื่อเราได้เป็นครูในภายภาคหน้าและได้ปฏิบัติจริง สุดท้ายก็ยังประทับใจในกิจกรรมที่อาจารย์พาเล่น เพราะได้ทั้งความรู้ ความสนุกสนาน และข้อคิดจากการทำกิจกรรม

    ประเมินเพื่อน : เพื่อนทุกคนตั้งใจเรียนมาก ไม่คุยกันเลย ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกันทุกคน 

    ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนเข้าใจง่าย ตอนที่สอนเนื้อหาก็ให้ข้อคิดการรับมือกับเด็กโดยให้นักศึกษาแต่ละคนแสดงความคิดเห็นว่าถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้เราจะมีวิธีรับมืออย่างไร พอเรียนเสร็จอาจารย์ก็ยังหากิจกรรมมาให้เล่นทำให้การเรียนดูไม่เคร่งเครียดและทำให้บรรยากาศในห้องเรียนน่าเรียนมากยิ่งขึ้น

    วันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

    วันอังคาร ที่ 31 เดือนตุลาคม พ.ศ.2560

    เช้าวันอังคารที่สดใสพอเข้าคลาสก็เริ่มเข้าเรียนสู่เนื้อหาเรื่อง จรรยาบรรณวิชาชีพครู



    จรรยาบรรณวิชาชีพครู (คุรุสภา)
    ความประพฤติหรือกิริยาอาการที่ผู้ประกอบวิชาชีพครูควรประพฤติปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความดีงามขึ้นแก่ตนเองและวิชาชีพครู มาตรฐานวิชาชีพครู

    ข้อที่ 1 ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ความเอาใจใส่ช่วงเหลือส่งเสริมให้กำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า
    ข้อที่ 2 ครูต้องอบรม สั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทักษะและนิสัยที่ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ
    ข้อที่ 3 ครูต้องประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ
    ข้อที่ 4 ครูต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์
    ข้อที่ 5 ครูต้องไม่แสวงหาผลประโยชน์ อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติและไม่ใช้ศิษย์กระทำการใดๆอันเป็นการหาผลประโยชน์ให้แก่ตนโดยมิชอบ
    ข้อที่ 6 กฎย่อมพัฒนาตนเองทั้งในด้านวิชาชีพ ด้านบุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ
    ข้อที่ 7 ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพครู และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรประชาชีพครู
    ข้อที่ 8 ครูพึงช่วยเหลือเกื้อกูลครู และชุมชนในทางสร้างสรรค์
    ข้อที่ 9 ครูพึงประสงค์ ปฏิบัติตน เป็นผู้นำในการอนุรักษ์ และพัฒนาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย


    เกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครู (คุรุสภา)

    มาตรฐานที่ 1 ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพครูอยู่เสมอ
    มาตรฐานที่ 2 ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่างๆโดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นกับผู้เรียน
    มาตรฐานที่ 3 มุ่งมั่นพัฒนาผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ
    มาตรฐานที่ 4 พัฒนาแผนการสอนให้สามารถปฏิบัติให้เกิดผลจริง
    มาตรฐานที่ 5 พัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ
    มาตรฐานที่ 6 จัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยเน้นผลถาวรที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน
    มาตรฐานที่ 7 รายงานผลพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนได้อย่างมีระบบ
    มาตรฐานที่ 8 ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน
    มาตรฐานที่ 9 ร่วมมือกับผู้อื่นในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์
    มาตรฐานที่ 10 ร่วมมือกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ในชุมชน
    มาตรฐานที่ 11 แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพํฒนา
    มาตรฐานที่ 12 สร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ได้ทุกสถานการณ์

    ยกตัวอย่างสิ่งที่ผู้เป็นครูควรจะทำคือ การชมเด็ก เช่น
    - เมื่อเด็กกินข้าวหมดจานก็ควรจะชมว่า"เก่งจังเลย"(แล้วก็บอกชื่อด้วย)
    - การตั้งคำถาม 5W1H โดยให้ยกตัวอย่างการ์ตูนเรื่อง "Cinderella"





    • Who ใคร
    • What อะไร
    • Where ที่ไหน
    • When เมื่อไหร่
    • Why ทำไม
    • How อย่างไร
    - ฝึกให้เด็กแต่งประโยคโดยให้ยึดความรู้ง่ายๆที่เด็กสามารถตอบได้
    - ฝึกสมองให้ตอบคำถามโดยให้เติมพยัญชนะที่หายไป ห้ามตอบซ้ำกัน







    จากนั้นอาจารย์ก็ให้เพลงมาฝึกร้องแล้วมาสอบร้องเพลงวันที่ 21 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2560




    ประเมินตนเอง : ได้ฝึกทักษะหลายอย่างทั้งการแสดงความคิดเห็นทำให้ตัวเองมีความกล้าแสดงออกมากยิ่งขึ้น
    ประเมินเพื่อน : เพื่อนน่ารักมากค่ะ มีความกระตือรือร้นกับกิจกรรมในคลาสมาก 
    ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนสนุกเนื้อหาเข้าใจง่าย  อาจารย์สอนแบบทั่วถึงนักศึกษาทุกๆคน

    วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2560

    วันอังคาร ที่ 17 เดือนตุลาคม พ.ศ.2560

    วันนี้นักศึกษาทั้ง 2 เซคเรียนรวมกัน โดยให้นักศึกษาเซค1และเซค2 ที่ยังไม่ได้ออกมาพูดถึง " คุณครูในดวงใจ " ออกมาพูดจนหมดแล้ว จากนั้นก็เล่นเกมส์ฝึกทักษะก่อนเข้าเนื้อหาการเรียน โดยให้เอาคำตอบในความคิดเราห้ามตอบเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ

         เกมส์ไร่สตรอเบอรี่



    คำถาม : ถ้าเราถึงไร่สตอเบอร์รี่แต่มีรั้วกั้นรอบไร่สตอเบอร์รี่มีลักษณะเป็นอย่างไร 
    เฉลย : เมื่อมีคนอื่นเข้ามาเราจะใจแข็งแค่ไหนที่จะไม่นอกใจแฟน



    คำถาม : รั้วของไร่สตอเบอร์รี่นั้นทำมาจากวัสดุอะไร 
    เฉลย : ใจเราจะแข็งแค่ไหนเมื่อเทียบกับวัสดุนั้นที่ตอบ




    คำถาม : หน้าตาของรั้วประมาณไหนประมาณไหน 
    เฉลย : ยิ่งรั้วไร่สตอเบอร์รี่ทึบมากเท่าไหร่ ยิ่งปิดกั้นใจตัวเองได้มากเท่านั้น


    คำถาม : รั้วไร่สตอเบอร์รี่สูงเท่าไหร่ 
    เฉลย : ยิ่งรั้วไร่สตอเบอร์รี่สูงมากเท่าไหร่ โอกาสในการนอกใจจะมีน้อยลงเท่านั้น




    คำถาม : พอข้ามรั้วมาแล้ว เห็นสตอเบอรรี่ล่อตาล่อใจ เลยตัดสินใจขอเด็ดชิม จะเด็ดกินสักกี่ลูก 
    เฉลย : จำนวนสตอเบอร์รี่ที่ชิม คือ จำนวนกิ๊ก




    คำถาม : ระหว่างที่กำลังกินสตอเบอร์รี่อยู่นั้น ได้ยินเสียงเจ้าของไร่ หน้าตาน่ากลัวพร้อมเสียงตะหวาด จะแก้ตัวกับเขาของไร่อย่างไร
    เฉลย : จะแก้ตัวกับแฟนอย่างไร เมื่อโดนจับได้ว่าแอบมีกิ๊ก




    คำถาม : เคลียกันจบ เจ้าของไร่สตอเบอร์รี่ไม่เอาความ เราก็เดินออกจากไร่สตอเบอร์รี่แห่งนั้นแล้วหันหลังกลับไปมอง นึกย้อนถึงตอนที่ทำเราจะรู้สึกอย่างไร
    เฉลย : หลังจากนอกใจแล้วจะรู้สึกอย่างไร


    ข้อคิดของเกมส์นี้คือ สตอเบอร์รี่เป็นสิ่งที่ยั่วยุ ล่อตาล่อใจเรา หรือในคำตอบเปรียบเทียบคำถามนี้ คือ กิ๊ก หรือ มือที่สาม


    คุณธรรมจริยธรรม จรรยาบรรณของวิชาชีพครู
    คุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ

    1. ขยัน  ความตั้งใจเพียรพยายาม ทำหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ อดทน ความขยันต้องปฎิบัติควบคู่กับการใช้สติปัญญาแก้ปัญหาจนเกิดผลสำเร็จ
    2. ประหยัด การรู้จักเก็บออมใช้ทรัพย์สิน สิ่งของแต่พอควร พอประมาณให้เกิดประโยชน์ คุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย
    3. ซื่อสัตย์   ประพฤติตรงไม่เอนเอียง ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม มีความจริงใจ ปลอดจากความรู้สึกลำเอียง หรืออคติ
    4. มีวินัย  การยึดมั่นในระเบียบแบบแผน ข้อบังคับ และข้อปฎิบัติ วึ่งมีทั้งวินัยในตนเองและวินัยต่อสังคม
    5. สุภาพ  เรียบร้อย อ่อนโยน ละมุนละม่อม กิริยามารยาทที่ดีงาม มีสัมมาคารวะ ( ยิ้ม ไหว้ ทักทาย )
    6. สะอาด  ปราศจากความมัวหมองทั้งกาย ใจ และสภาพแวดล้อม ความผ่องใสเป็นที่เจริญตา ทำให้เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็น
    7. สามัคคี  ความพร้อมเพรียงกันความกลมเกลียวกัน ความปรองดองกัน ร่วมใจกันปฎิบัติงาน ไม่ทะเลาะวิวาท
    8. มีน้ำใจ  ความจริงใจที่ไม่เห็นแก่เพียงตัวเอง หรือเรื่องของตัวเอง แต่เห็นอกเห็นใจคุณค่าในเพื่อนมนุษย์  มีความเอื้อเฟื้อเอื้ออาทร เกื้อกูลกันและกัน

    จากนั้นก็ทบทวนฝึกบริหารสมอง 7 ท่า 

    1. หู  จมูก
    2. จมูก  หู
    3. จีบ  แอล
    4. โป้ง  ก้อย
    5. ยิงปืน  ยอมแพ้
    6. วนท้อง  เคาะหัว
    7. ทุบ  ลูบ


    ฝึกร้องเพลง
    เพลงดวงอาทิตย์ เพลงดวงจันทร์ เพลงรำวงดอกมะลิ เพลงดอกกุหลาบ และเพลงดอกมะลิ



    ฝึกไหวพริบโดยการเติมพยัญชนะในช่องว่างที่หายไป แล้วให้แต่ละคนตอบห้ามซ้ำกัน




    ประเมินตนเอง : วันนี้มาเรียนสาย 5 นาที ไม่มีความตรงต่อเวลาควรปรับปรุงตัว

    ประเมินเพื่อน : วันนี้เพื่อนทั้ง 2 ห้องมาเรียนรวมกันบรรยากาศคึกคักสนุกสนาน ทุกคนตั้งใจเรียนกันมาก และให้ความร่วมมือในการเล่นกิจกรรมกันอย่างมีความสุข หลายคน หลายความคิด หลายแง่คิด เวลาได้แลกเปลี่ยนความคิดกันย่อมเกิดความรู้ใหม่เสมอ




    ประเมินอาจารย์ : วันนี้อาจารย์เตรียมพร้อมกับการสอนมาก อาจารย์หากิจกรรมมาฝึกทักษะทุกครั้งที่เข้ามาเรียน จำนวนนักศึกษาเยอะก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการสอนเลย บรรยากาศในห้องเรียนยิ่งคึกคักกว่าที่เรียนแยกกัน


    วันอังคาร ที่ 10 เดือนตุลาคม พ.ศ.2560

    วันนี้อาจารย์ให้นักศึกษาแต่ละคนออกมาพูดเรื่อง "ครูในดวงใจ" แล้วให้เล่าความรู้สึกว่าครูท่านนี้เป็นครูในดวงใจเราอย่างไร โดยให้เลือกครูตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงปัจจุบันว่าเพราะอะไรถึงเลือกครูคนนี้ โดยแต่ละคนก็จะมีครูในดวงใจที่แตกต่างกันไป เช่น ครูท่านนั้นเป็นคนเก่ง ครูเป็นเหมือนคนในครอบครัว ครูเปรียบเสมือนที่พักพิง ครูเป็นคนที่เข้าใจและให้แง่คิดคำสอน เป็นต้น ซึ่งก็จะประทับใจในรูปแบบของตนเอง


    "ครูในดวงใจ"

    ส่วนตัวฉัน ครูในดวงใจก็จะแตกต่างจากเพื่อนคนอื่นๆ เพราะครูในดวงใจของฉันคือแม่ แม่ที่เป็นครูคนแรก เป็นครูคนเก่ง เป็นชาวนาคนหนึ่งที่สอนฉันให้รู้จักกับตัวหนังสือและสะกดคำได้โดยที่ไม่ได้เรียนที่โรงเรียนแต่เป็นการเรียนที่บ้าน เพราะเมื่อก่อนที่บ้านฐานะค่อนข้างยากจนเลยไม่มีโอกาสได้เรียนอนุบาลเหมือนเพื่อน แม่เลยเสียสละเวลามาสอนเอง แม่เลยเป็นทั้งแม่และครูในคนเดียวกัน ทั้งนี้จึงเป็นแรงบันดารใจที่ทำให้ฉันอยากจะเรียนครูปฐมวัยและอยากเป็นครูอนุบาลที่ดีของเด็กนักเรียน





    สุดท้ายอาจารย์ก็ได้ให้ข้อคิดว่าที่ให้นักศึกษาแต่ละคนออกมาเล่าความรู้สึกเรื่องครูในดวงใจเพราะอยากรู้ว่าครูที่เป็นแรงบันดารใจของนักศึกษานั้นเป็นแบบไหน แล้วเมื่อนักศึกษาแต่ละคนเรียนจบไปแล้วก็อยากให้ทุกคนเป็นครูในแบบที่ตัวเองอยากเป็น ต้องเป็นครูที่รักลูกศิษย์ เป็นครูที่เป็นแบบอย่างหรือเป็นแม่พิมพ์ที่ดี แล้วก็จะไม่ดุและไม่ตีเด็กไม่ว่าเด็กจะดื้อหรือจะซนแค่ไหนก็ตาม แล้วนักศึกษาทุกคนก็ให้คำมั่นสัญญากับอาจารย์





    ก่อนอาจารย์จะปล่อยใครที่ยังไม่ได้สอบร้องเพลงในสัปดาห์ก่อนก็ให้ออกมาร้องในวันนี้ ซึ่งฉันยังไม่ได้สอบร้องเพลงเลย วันนี้เลยออกมาเพลง"บ้านของฉัน" ให้เพื่อนๆฟัง




    ประเมินตนเอง : วันนี้รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ออกมาเล่าถึงความรู้สึกครูในดวงใจในมุมมองของตนเอง ซึ่งสำหรับฉันอาจะแตกต่างจากเพื่อนคนอื่นๆ แต่ฉันก็รู้สึกประทับใจ เพราะนั่นคือที่มาของวันนี้ เป็นแรงบันดารใจสำคัญที่ทำให้ฉันอยากเรียนครูปฐมวัย

    ประเมินเพื่อน : เพื่อนทุกคนได้ถ่ายทอดความรู้สึกของตนเองมีต่อครูในดวงใจ ซึ่งหลายคนก็มีครูเป็นแรงบันดารใจที่ทำให้อยากเรียนครู บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความประทับใจอันงดงามที่ลูกศิษย์และครูมีต่อกัน 

    ประเมินอาจารย์ : วันนี้อาจารย์น่ารักมากเลยค่ะ ถึงติดธุระช่วงเช้าอาจารย์ก็ยังมาสอน นั่นเป็นเพราะอาจารย์ห่วงนักศึกษากลัวว่าจะเรียนไม่ทันเพราะเนื้อหาในรายวิชานี้ค่อนข้างเยอะ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณอาจารย์มากเลยค่ะที่ตั้งใจมาสอนพวกเรามากและไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยสักครั้งเลย วันนั้นเลยเลื่อนเวลามาเรียน 09.00 น. จากเดิม 08.30 น. 

    วันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2560

    "ครูในดวงใจ"

    นางโสภา  บุญจำเนียร (คุณแม่)



    "แม่" หรือครูคนแรกของทุกๆคน แต่แม่ของฉันท่านไม่ใช่เพียงแค่เป็นครูคนแรกธรรมดา เพราะท่านคือคนพิเศษมาก ท่านไม่ได้ทำอาชีพครู ไม่ได้รับราชการ เป็นแค่ชาวไร่ชาวนา แต่ชาวนาคนนี้แหละคือคนที่ทำให้ฉันรู้จักตัวเลข อักษรภาษาอังกฤษ สระ  และพยัญชนะ ซึ่งแม่จะเสียสละเวลาสอนให้ฉันคัดลายมือตั้งแต่อายุ 3 ขวบครึ่ง และจะทำแบบนี้พร้อมกับการระบายสีตัวการ์ตูนสลับกันในช่วงเช้าประจำ พอช่วงบ่ายก็ทำกิจกรรมนันทนาการทุกวัน ซึ่งฉันสามารถเขียนสะกดคำได้ตอนอายุ 4 ขวบ ซึ่งตอนนั้นฉันไม่ได้มีโอกาสเรียนโรงเรียนเตรียมอนุบาลเหมือนเด็กคนอื่นๆในวัยเดียวกันเพราะฐานะทางบ้านตอนนั้นค่อนข้างยากจน กว่าจะได้เรียนโรงเรียนอนุบาลดิฉันอายุก็จะเข้า 6 ขวบแล้ว ทั้งนี้เลยเป็นแรงบันดารใจที่ทำให้ฉันอยากเป็นครูปฐมวัย เพราะฉันอยากเป็นผู้ให้ ให้ในสิ่งที่เด็กคนหนึ่งควรจะได้รับเท่าเทียมกันโดยไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ ไม่ว่าจะฐานะรวยหรือจนเด็กทุกคนก็ควรจะได้รับการศึกษา ฉันเลยมีแม่เป็นครูในดวงใจ ฉันอยากเป็นคนดี เป็นคนที่เสียสละและเป็นคนเก่งเหมือนแม่

    💖 "ยิ่งรู้  ยิ่งต้องทำ"  💖