วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

วันอังคาร ที่ 7 เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2560

เช้าเข้าห้องเรียนอาจารย์ก็ได้พูดคุยกับนักศึกษาในห้องเรียนก่อนเข้าเนื้อหาในชั้นเรียน



ปัญหาที่ครูปฐมวัยมักพบในโรงเรียนกับการให้คำแนะนำกับผู้ปกครอง


ภายในครอบครัวสังคมภายนอก

ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรม
เด็ก + สภาพแวดล้อม = พฤติกรรมที่แสดงออก (จะมีความสัมพันธ์กันระหว่างเด็ก บ้าน และโรงเรียน)


หลักสังเกตว่าพฤติกรรมใดเป็นปัญหา
  • อายุและเกณฑ์ปกติของพัฒนาการ
  • ชนิดของพฤติกรรม
  • ความบ่อยหรือความถี่ของพฤติกรรม
  • ความรุนแรงที่แสดงออก
  • ขีดความอดทนของ พ่อ แม่ ผู้ดูแลเด็ก


การร้องกลั้นหายใจ



  • พบมากในช่วง 1-2 ปี 
  • ระวังชักและหมดสติ
  • หลีกเลี่ยงเหตุกระตุ้นทำให้เด็กโกรธ แต่ไม่ใช่ตามใจ
  • ใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจ ระวังศีรษะเด็กฟาดพื้น






การร้องอาละวาด



  • เป็นพัฒนาการทางด้านอารมณ์ปกติ
  • หลีกเลี่ยงการยั่วให้โกรธ หรือขัดใจ
  • ให้รู้จักระบายความโกรธด้วยการพูด
  • ใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจในเด็กเล็ก
  • ในเด็กโตใช้วิธีอธิบายสั้นๆ
  • รอให้เด็กสงบก่อนค่อยสอน
  • ไม่ทำเป็นตัวอย่างเวลาโกรธ
  • ชื่นชมและสนใจเมื่อเด็กมีพฤติกรรมดี



การดูดนิ้ว



  • การช่วยเหลือ
      - ใช้การเบี่ยงเบนความสนใจ













เด็กขี้อาย


  1. ชักชวนเด็กให้เริ่มการให้หรือการเล่นกับเด็กที่เล็กกว่าหรือวัยเดียวกัน
    1. ส่งเสริมให้เด็กได้เล่นได้ออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างความฉับไว และมีความกระตือรือร้นในการกล้าแสดงออก
    2. ชมเชยส่วนดีของเด็ก ให้เด็กได้พัฒนาส่วนดีนั้นให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
    3. เปิดโอกาสให้ช่วยตนเอง เด็กจะพอใจและภูมิใจที่ตนเองทำได้ ซึงจะก่อให้เกิดความมั่นใจในตนเอง และกล้าแสดงออกมากขึ้น











    เด็กขี้อิจฉา


    พบบ่อยในช่วง 2-4 ปี การดูแลแก้ไขและป้องกัน เตรียมพี่ตั้งแต่แม่เริ่มตั้งครรภ์ให้เด็กมีส่วนรับรู้ว่าจะมีน้องใหม่


    • ผู้ใหญ่ไม่ควรล้อเล่นเด็กว่าตกอันดับหรืออื่นๆ เด็กจะยิ่งเป็นทุกข์และกังวลมากขึ้น ฝึกฝนให้ช่วยเหลือตัวเอง
    • ให้โอกาสเด็กได้อยู่กับแม่และน้อง
    • ไม่มีท่าทีลำเอียงกับลูกคนใด คนหนึ่ง ควรปฏิบัติต่อลูกเท่าเทียมกันเมื่อเกิดปัญหาไม่ควรดุว่าลงโทษ ควรพูดชี้แจง และให้เวลากับเด็กบ้าง



    เด็กพูดปด



    - เด็กอายุ 4 ปี ยังแยกแยะความจริงจากความคิดไม่ได้
    - เด็กอายุ 5 ปี เริ่มจะแยกแยะความจริง ความคิดฝัน นิทาน
    - เด็กอายุ 6 ปี เริ่มเข้าใจ แยกแยะความเป็นจริง และความเพ้อฝันได้ดี



    การแก้ไขและป้องกัน
    • พ่อแม่ควรทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี
    • ควรเข้าใจพัฒนาการตามวัย
    • ชี้แนะแก้ไขความเข้าใจผิด



    เด็กเล่นอวัยวะเพศ



          อธิบายให้พ่อแม่ให้เข้าใจไม่เป็นอันตรายและไม่ใช่ความผิดปกติทางเพศ ถ้าพบขณะที่เด็กกำลังเล่นอยู่ให้เบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ดุว่า ข่มขู่แก้ไขที่สาเหตุหลีกเลี่ยงส่งกระตุ้นต่างๆ ต้องถือว่าเด็กมีการกระทำนี้เป็นสัญญาณว่าเด็กต้องการการดูแลมากขึ้น
    การช่วยเหลือ


    • ไม่ควรดุด่าลงโทษ
    • เบี่ยงเบนความสนใจ
    • ในกรณีที่มีพฤติกรรมนั้นบ่อยมากอาจนึกถึงการถูกทารุณกรรมทางเพศ




    เด็กพูดหยาบคาย


          - เพิกเฉยเมื่อเด็กพูดหยาบและไม่แสดงกิริยาโต้ตอบ
          - ถ้าเด็กอารมณ์ดี ควรนั่งคุยกับเด็กอย่างจริงจัง










    เด็กดื้อ เด็กก้าวร้าว


    สาเหตุ
    • กฎระเบียบมากเกินไป ขาดการเอาใจใส่ดูแล ถูกตามใจมาก
    การดูแลแก้ไข
    • พูดกับเด็กชัดเจน เข้าใจง่าย 
    • พยายามสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก
    • ไม่ใช้อารมณ์เอาชนะ ใช้เทคนิคการจูงใจ
    • หลีกเลี่ยงการโต้เถียงและใช้กำลัง
    • ไม่เข้มงวดหรือปล่อยปะละเลยเกินไป
    • เมื่อเด็กว่าง่ายและเชื่อฟัง ควรกล่าวชมเชยและให้กำลังใจเด็ก
    • สังเกตและแก้ไขตั้งแต่เริ่มเป็น
    • หาทางออกให้เด็กเวลาโมโห เบี่ยงเบนไม่ให้ทำร้ายคน สัตย์ สิ่งของ 
    • ไม่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวให้เด็กเห็น
    • การแยกให้เด็กอยู่คนเดียวเวลาโมโห ไม่ลงโทษด้วยการตี
    • ระมัดระวังในการให้เด็กอ่าน หรือ ดูสื่อต่างๆ ให้เหมาะสมตามวัย




    เด็กเบื่ออาหาร


    การดูแลแก้ไข
    • เตรียมอาหารที่เด็กชอบ งดอาหารว่างระหว่างมื้อ
    • น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบจำกัดเวลาในการกิน
    • ไม่ดูโทรทัศน์ไปพร้อมกับการกินอาหาร
    • ชมเชยเมื่อเด็กทำได้ดี
    • บรรยากาศระหว่างกินอาหารควรเป็นสุข









    เด็กไม่ยอมนอน


    สาเหตุภายนอก 
       พ่อแม่ไม่จัดระเบียบการนอนให้เด็ก เสียงรบกวน ไฟสว่าง ผู้ใหญ่มาเล่นด้วย
    สาเหตุจากเด็กเอง
       กังวล กลัว ตื่นเต้น หลับมากในตอนกลางวัน อยากเล่นสนุกต่อ

    การแก้ไข
       สร้างสุขนิสัยการนอนที่ดีให้เด็กมีกิจกรรมที่เหมาะสมในตอนกลางวัน จัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับการนอน




    เด็กฝันร้ายและนอนละเมอ


    • ปลอบใจให้หายกลัว ให้ความมั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องจริง
    • อาการปลอบเบาๆหรือกอดเด็ก ไม่ต้องปลุกเด็ก









    จากนั้นก็เล่นกิจกรรมกระดานโต้คลื่นในจินตนาการของแต่ละคน ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นเกมส์ทายใจของเราที่มีต่อแฟน โดยอาจารย์จะตั้งคำถามว่า


    - กระดานโต้คลื่นของเราเป็นยังไง
    - ตอนที่เอาไปเล่นรู้สึกอย่างไร
    - ตอนที่โต้คลื่นเสร็จแล้วตัวเองจมลงน้ำจะรู้สึกอย่างไร
    - พอพ้นน้ำขึ้นมาเจอคน 1 คน ที่อยู่ชายฝั่ง เราจะนึกถึงใคร




    ก็ต่อด้วยกิจกรรมฝึกสมอง บริหารลิ้นด้วยการพูดประโยคยากๆให้รวดเร็วและให้ถูกต้อง





    ประเมินตนเอง : วันนี้ตั้งใจเรียนมาก พยายามจดจำรายละเอียดที่อาจารย์ได้ให้คำแนะนำและข้อคิดเพื่อที่จะให้เราเตรียมรับมือให้ได้กับทุกสถานการณ์เมื่อเราได้เป็นครูในภายภาคหน้าและได้ปฏิบัติจริง สุดท้ายก็ยังประทับใจในกิจกรรมที่อาจารย์พาเล่น เพราะได้ทั้งความรู้ ความสนุกสนาน และข้อคิดจากการทำกิจกรรม

    ประเมินเพื่อน : เพื่อนทุกคนตั้งใจเรียนมาก ไม่คุยกันเลย ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกันทุกคน 

    ประเมินอาจารย์ : อาจารย์สอนเข้าใจง่าย ตอนที่สอนเนื้อหาก็ให้ข้อคิดการรับมือกับเด็กโดยให้นักศึกษาแต่ละคนแสดงความคิดเห็นว่าถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้เราจะมีวิธีรับมืออย่างไร พอเรียนเสร็จอาจารย์ก็ยังหากิจกรรมมาให้เล่นทำให้การเรียนดูไม่เคร่งเครียดและทำให้บรรยากาศในห้องเรียนน่าเรียนมากยิ่งขึ้น

    ไม่มีความคิดเห็น:

    แสดงความคิดเห็น